
คำว่า ทศพิธราชธรรม หมายถึง ธรรม 10 ประการที่พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็นหลักธรรมประจำพระองค์เป็นคุณธรรมของพระมหากษัตริย์หรือผู้ปกครองบ้านเมืองมี 10 อย่าง คือ ทาน ศีล บริจาค อาชชวะ มัททวะ ตบะ อักโกธะ อวิหิงสา ขันติ อวิโรธนะ
นักปราชญ์ว่าตามปกติพระมหากษัตริย์ไทยในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชนั้น แม้ว่าจะอยู่เหนือกฎหมายแต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ในกรอบแห่งราชธรรมทั้ง 10 ประการนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็น “พระธรรมราชา” ตามหลักพุทธศาสนา
ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้กล่าวถึงความเป็นมาของทศพิธราชธรรมหรือว่าหลักธรรม 10 ประการนี้ว่ามาจากตำราธรรมศาสตร์ ที่อาศัยหลักธรรมจากศาสนาพุทธในการกำหนดอำนาจ และการปฏิบัติตนของพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีมานานแล้วแต่สมัยสุโขทัยจนสมัยอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ ถึงแม้ว่าในสมัยอยุธยาจะรับเอาลัทธิเทวราชมาจากเขมรที่ว่าพระมหากษัตริย์คือ เทพเจ้าองค์หนึ่ง แต่ก็ต้องทรงปฏิบัติพระองค์อยู่ใต้กฎหมายของธรรมศาสตร์นี้ทั้งที่เป็นเทวราช
นั่นก็คือ หน้าที่ที่พระมหากษัตริย์ต้องถือเอาความสุขของราษฎรเป็นใหญ่เหนือสิ่งใดทั้งสิ้น
“พระธรรมราชา” ในคติของศาสนาพุทธตามที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้กล่าวถึงไว้ก็คือ พระราชาหรือพระมหากษัตริย์ต้องถือเอาความสุขของราษฎรเป็นใหญ่ และต้องทรงปฏิบัติธรรม ปฏิบัติพระองค็ถูกต้องตามธรรมทั้งปวงให้เป็นตัวอย่าง ตลอดจนต้องทรงชักนำให้ผู้อื่นอยู่ในธรรมนั้นด้วย
พระมหากษัตริย์จะต้องอยู่ในธรรมด้วยพระองค์เอง จะต้องเป็นผู้รักษาธรรม แล้วเป็นผู้สอนธรรมให้แก่ผู้อื่น รวมทั้งจะต้องเป็นผู้รักษาธรรมให้แก่ผู้อื่น รวมทั้งจะต้องใช้พระราชอำนาจนั้นปกป้องผู้ประพฤติธรรม ส่วนพระราชอำนาจอันล้นพ้นที่มีอยู่กถูกจำกัดอยู่ด้วยธรรมนั่นเอง
ม.ร.ว คึกฤทธิ์ บอกว่า หลักธรรมศาสตร์ทำให้พระมหากษัตริย์หรือพระเจ้าแผ่นดินไทยไม่หลุดไปจากราษฎรคือ ไม่อยู่ห่างไกลราษฎร แต่อยู่ในฐานะใกล้ชิดและรู้ทุกข์สุขของราษฎรเป็นสำคัญอยู่เสมอ
ทศพิธราชธรรมก็คือรายละเอียดที่ปรากฎอยู่ในพระธรรมศาสตร์ที่หมายถึงธรรม 10 ข้อที่พระมหากษัตริย์จะต้องทรงปฏิบัติ
ทศพิธราชธรรมตามที่ได้มีการอธิบายกันไว้ สรุปได้ดังนี้
- ทาน หมายถึง การให้ การแบ่งปัน การเอื้อเฟื้อ ทั้งทางกายและใจ ตลอดจนถึงการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เสียสละ สงเคราะห์ อนุเคราะห์ประชาราษฎรทั่วไป
- ศีล หมายถึง ความประพฤติดีงาม เป็นสุจริตธรรม มีความสงบร่มเย็น สำรวมกาย วาจาใจ จนเป็นที่เคารพนับถือของประชาราษฎร์
- ปริจจาคะ หรือการบริจาค หมายถึง การเสียสละความสุข ความสำราญส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ราษฎร หรือเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
- อาชชวะ หมายถึง ความชื่อตรง ความมุ่งมั่นตั้งใจจริง
- มัททวะ หมายถึง ความอ่อนโยน ความสุภาพ และความมีอัธยาศัยนุ่มนวล ไม่ถือตัว ตลอดจนหมายถึง ความสง่างาม และท่วงทีอันเป็นทั้งที่รักและยำเกรง
- ตบะ หมายถึง ความเพียร การข่มใจ และความทรงเดชอันเป็นที่มาของพระบรมเดชานุภาพ
- อักโกธะ หมายถึง ความไม่โกรธ ไม่ลุแก่อำนาจ หรือว่า มีความเมตตาเป็นธรรมประจำใจอยู่เสมอ
- อวิหิงสา หมายถึง ความไม่เบียดเบียนกดขี่ ไม่หลงระเริงในอำนาจขาดความกรุณา
- ขันติ หมายถึง ความอดทน อดกลั้น ทนต่อการงานที่ตรากตรำไม่ท้อถอย ไม่ยอมหมดกำลังใจ และไม่ละทิ้งการงานที่เป็นการบำเพ็ญโดยชอบธรรม
- อวิโรธนะ หมายถึง การยึดมั่นในธรรม การยึดความเที่ยงธรรม ความถูกต้องเป็นที่ตั้ง
ที่มา https://www.porpeang.org/categorycontent/1742/tenwords
